ศึกชิงบัลลงดอร์ในปีนี้

ปกติแล้วบัลลงดอร์หรือลูกฟุตบอลทองคำนั้นจะมีชื่อของ 2 ซุปเปอร์สตาร์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยนั้นคือ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ช่วงนี้น่าแปลกตรงที่ว่ามีชื่อนักเตะคนนึงขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ใครมองว่าเขาน่าจะเบียดเอาบอลทองคำไปเป็นที่ครอบครองได้เขาคนนั้นก็คือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในต้นสังกัด และระดับทีมชาติ เหตุผลที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์จะคว้าบอลทองคำไปได้นั้นก็เพราะว่าสองคนที่ได้กล่าวเอาไว้ทั้ง เมสซี่ กับ โรนัลโด นั้นดูไม่สามารถเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งในทีมชาติ และระดับสโมสร เป็นสิ่งที่ทำให้เป้าหมายนั้นถูกเปลี่ยนไปเป็นนักเตะรายอื่นๆ นั้นเอง ซึ่งกว่าจะประกาศผลบัลลงดอร์นั้นก็ต้องรอถึงช่วงปลายปี

Compete-for-Baltimore

ทำให้ยังมีเวลาลุ้นอีกนาน แต่ถ้าให้คิดเป็นอีกทางคือปีนี้จะมีม้ามืดหรือไม่แล้วถ้าไม่ใช่ 3 คนนี้จะเป็นใครอันนี้สิน่าคิดเพราะไม่มีใครโดดเด่นเท่ากับฟาน ไดค์อีกแล้วในเวลานี้ และถ้าเฟอร์กิล ฟาน ไดค์เกิดได้ขึ้นมาจริงๆ บอกได้เลยว่าตัวเขาจะยกระดับตัวเองกลายเป็นกองหลังระดับโลกอย่างไม่มีข้อโต้แย้งอย่างแน่นอน แถมยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่เงียบหายไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทีมชาติหรือสโมสรก็ต้องมีช่วงเวลาที่ตกต่ำเช่นกัน ในระดับสโมสรเขากลายเป็นผู้เล่นที่ขาดเสียไม่ได้เลยในการแข่งขันทุกนัดการคว้าแชมป์กับต้นสังกัดในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้นั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว แล้วถ้ามาได้ลูกบอลทองคำอีกแฟนบอลทีมลิเวอร์พูลคงดีใจยกกำลังสองขึ้นไปอีกแน่นอน แต่ถึงอย่างไรแล้วมันก็อยู่ที่การตัดสินใจของ fifa ว่าจะออกมารูปแบบใด หลังจากมีข่าวนี้ขึ้นมาก็มีนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ฟาน ไดค์ว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้ โดยที่เขาให้คำตอบมาว่าเขานั้นยังไม่เหมาะสมกับรางวัลนี้เพราะลิโอเนล เมสซี่ รวมถึงคริสเตียโน โรนัลโด เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถมากกว่าเขา ซึ่งในนัดที่เขาได้เจอกับนักเตะอย่างเมสซี่นั้นเขาเห็นถึงความผู้เล่นระดับโลกมากแล้วกับตาตัวเองนั้นทำให้เขาคิกว่าตัวเองนั้นจะต้องพัฒนาขึ้นไปอีกเพื่อที่จะขึ้นมาในระดับแบบนั้นได้ สื่อได้วิเคราะห์การให้ความคิดเห็นครั้งนี้ของฟาน ไดค์ว่าเขายังคงให้เกียตินักเตะคู่แข่งเสมอ และไม่คิดว่าตัวเองเก่งเหนือกว่าใคร ตรงนี้เลยเป็นสิ่งที่แฟนบอลหลายคนต้องลุ้นกันยาวๆ เลยว่าใครจะคว้ารางวัลอันทรงคุณค่านี้ไปครอบครอง