วิเคราะห์แข่งขันระหว่าง ไบรท์ตัน ปะทะ สเปอร์ส

วิเคราะห์แข่งขันระหว่าง ไบรท์ตัน ปะทะ  สเปอร์ส

การแข่งขันพรีเมียร์ลีก 2019-2020 มีหลายทีมเตรียมตัวที่จะลงแข่งขันเพราะว่าการเป็นแชมป์รายการนี้ถือว่าเป็นเกียรติกับนักฟุตบอลหรือสโมสรฟุตบอลอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นถ้วยที่ใหญ่ที่สุดของลีกอังกฤษ การแข่งขันในต้นฤดูกาลดุเดือดอย่างมาก ทีมใหญ่ที่คิดว่าจะเป็นเหนือกว่าทีมเล็กก็ทำให้แฟนบอลต้องตะลึงกับผลการแข่งขันที่ออกมา เช่นทีมที่เราจะนำมาวิเคราะห์ในครั้งนี้ก็เป็นทีมใหญ่ที่เจอกับทีมที่มาแรงอย่าง ไบรท์ตัน ที่จะเจอกับ สเปอร์ส ในวันที่ 5 ตุลาคม 2562 นี้ ท่านคิดว่าคู่ไหนจะคว้าชัยชนะไปได้ เพราะ 2 ทีมนี้ มีความแตกต่างกันเพียงนิดหน่อย จากผลงานในฤดูกาลนี้ จึงทำให้ผลที่เราวิเคราะห์มีการคลาดเคลื่อนได้ เพราะการแข่งขันที่ผ่านมามีทั้งดีและไม่ดี แต่ที่แน่ๆ การแข่งขันในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูตัวนักเตะของแต่ละทีมว่าตัวหลักจะลงครบหรือไม่เพราะต้องเผื่อตัวนักเตะเจ็บด้วยเพราะกว่าจะถึงนัดนี้ ทั้ง 2 ทีมก็ต้องผ่านการแข่งขันอีกหลายนัด แต่อย่างที่เราได้กล่าวไว้ว่าการแข่งขันมักจะมีการคลาดเคลื่อนได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบแผนที่ผู้จัดการทีมของแต่ละฝั่งว่าจะวางแผนและใช้รูปแบบไหนในการแข่งขัน ผลวิเคราะห์การแข่งขันะของ ไบรท์ตัน ปะทะ สเปอร์ส การแข่งขันระหว่าง 2 ทีมนี้ บอกได้เลยว่า ไบรท์ตัน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่โหดพอสมควรสำหรับ สเปอร์ส ซึ่งเป็นคู่ที่น่าติดตามเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นทีมที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็มีการแข่งขันที่สนุกให้กับแฟนบอลได้รับชมกัน สำหรับคู่นี้เราตีให้เสมอ 1-1 ไม่ก็ 0-0 เพราะกินกันไม่ลง สเปอร์ส ต้องเน้นไปที่ตัวนักเตะ คริสเตียน อีริคเซน ซึ่งเป็นตัวหลักและตัวเด่นของทีม ต้องดูว่าเค้าจะทำเกมให้กับทีมได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นกองกลางตัวรุก ที่สามารถลากลูกขึ้นไปทำประตูได้แถมยังจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำอีกด้วย หาก คริสเตียน อีริคเซน ไม่มีอาการบาดเจ็บจากการแข่งขันและมีฟอร์มเล่นที่เหมือนเดิม ก็เชื่อได้ว่าจะสามารถช่วยทีมได้อย่างมากและเขาจะทำให้ทีม ไบรท์ตัน เดินเกมได้ยากแน่นอน ไบรท์ตัน ทีมที่มาแรงในขณะนี้ที่คว้าชัยชนะมาแล้วหลายนัด ซึ่งบ่งบอกถึงฟอร์มในทีมว่าเล่นได้ดีเยี่ยม ยิ่งนักเตะเด่นอย่าง นีล โมแป กองหน้าตัวเป้า ที่สร้างประตูประทับใจให้กับทีมมาแล้วหลายลูกใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-2020…

Read More

5 ผู้รักษาประตูชื่อดังที่ครองตำแหน่งตัวจริงของทีม

5 ผู้รักษาประตูชื่อดังที่ครองตำแหน่งตัวจริงของทีม

1.ดาบิด เด เคอา ( David de Gea ) ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีความเหนียวอย่างมาก แถมยังได้เป็นมือหนึ่งของทีมไม่ว่าจะเป็นลูกยิงแบบไหนก็ไม่สามารถรอดมือของผู้รักษาประตูคนนี้ไปได้ หากท่านสักเกตจะเห็นได้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยจะเสียประตู ยกเว้นทีมเล่นแย่ถึงทำให้แนวรับของ ปีศาจแดง รั่ว ทำให้ผู้รักษาประตูป้องกันประตูได้ยากเนื่องจากผู้ต่อสู้มีมากกว่า 1 คน แต่อย่างไรก็ตาม ดาบิด เด เคอา คนนี้ก็ถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในยุคนี้แล้ว 2.อาลีซง แบเกร์ ( Alisson Becker ) อาลีซง แบเกร์ ผู้รักษาประตู ชาวบราซิล วัย 26 ปี ปัจจุบันยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงของทีม ลิเวอร์พูล มีประวัติที่เสียประตูน้อยมาก มีโอกาสรับลูกยิงได้สูง ไม่ว่าจะเป็นการทำประตูในรูปแบบไหน อาลีซง มักจะเดาทางได้อยู่เสมอ ดูจากการแข่งขันล่าสุด เขาสามารถป้องกันประตูให้ทีม ลิเวอร์พูล ได้อย่างดีเยี่ยม ทีมศัตรูแทบจะไม่มีโอกาสได้ทำประตูได้เลยและชื่อของเค้าอยู่อันดับต้นๆ ของตำแหน่งผู้รักษาประตูอีกด้วย 3.ตีโบ กูร์ตัว ( Thibaut Courtois ) ตีโบ กูร์ตัว อดีตผู้รักษาประตู เชลซี ชาว เบลเยียม วัย 27 ปี ด้วยประสบการณ์ของเค้าเชื่อได้เลยว่าผ่านการซ้อมมาเยอะทำให้ชื่อของเค้าโด่งดังในวงการฟุตบอลอย่างมากและมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของตำแหน่งผู้รักษาประตู ปัจจุบันยึดตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวจริงของทีม…

Read More

ศึกชิงบัลลงดอร์ในปีนี้

ศึกชิงบัลลงดอร์ในปีนี้

ปกติแล้วบัลลงดอร์หรือลูกฟุตบอลทองคำนั้นจะมีชื่อของ 2 ซุปเปอร์สตาร์ที่ขาดเสียไม่ได้เลยนั้นคือ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ช่วงนี้น่าแปลกตรงที่ว่ามีชื่อนักเตะคนนึงขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่ใครมองว่าเขาน่าจะเบียดเอาบอลทองคำไปเป็นที่ครอบครองได้เขาคนนั้นก็คือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในต้นสังกัด และระดับทีมชาติ เหตุผลที่เฟอร์กิล ฟาน ไดค์จะคว้าบอลทองคำไปได้นั้นก็เพราะว่าสองคนที่ได้กล่าวเอาไว้ทั้ง เมสซี่ กับ โรนัลโด นั้นดูไม่สามารถเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งในทีมชาติ และระดับสโมสร เป็นสิ่งที่ทำให้เป้าหมายนั้นถูกเปลี่ยนไปเป็นนักเตะรายอื่นๆ นั้นเอง ซึ่งกว่าจะประกาศผลบัลลงดอร์นั้นก็ต้องรอถึงช่วงปลายปี ทำให้ยังมีเวลาลุ้นอีกนาน แต่ถ้าให้คิดเป็นอีกทางคือปีนี้จะมีม้ามืดหรือไม่แล้วถ้าไม่ใช่ 3 คนนี้จะเป็นใครอันนี้สิน่าคิดเพราะไม่มีใครโดดเด่นเท่ากับฟาน ไดค์อีกแล้วในเวลานี้ และถ้าเฟอร์กิล ฟาน ไดค์เกิดได้ขึ้นมาจริงๆ บอกได้เลยว่าตัวเขาจะยกระดับตัวเองกลายเป็นกองหลังระดับโลกอย่างไม่มีข้อโต้แย้งอย่างแน่นอน แถมยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่เงียบหายไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทีมชาติหรือสโมสรก็ต้องมีช่วงเวลาที่ตกต่ำเช่นกัน ในระดับสโมสรเขากลายเป็นผู้เล่นที่ขาดเสียไม่ได้เลยในการแข่งขันทุกนัดการคว้าแชมป์กับต้นสังกัดในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้นั้นก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว แล้วถ้ามาได้ลูกบอลทองคำอีกแฟนบอลทีมลิเวอร์พูลคงดีใจยกกำลังสองขึ้นไปอีกแน่นอน แต่ถึงอย่างไรแล้วมันก็อยู่ที่การตัดสินใจของ fifa ว่าจะออกมารูปแบบใด หลังจากมีข่าวนี้ขึ้นมาก็มีนักข่าวได้ไปสัมภาษณ์ฟาน ไดค์ว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้ โดยที่เขาให้คำตอบมาว่าเขานั้นยังไม่เหมาะสมกับรางวัลนี้เพราะลิโอเนล เมสซี่ รวมถึงคริสเตียโน โรนัลโด เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถมากกว่าเขา ซึ่งในนัดที่เขาได้เจอกับนักเตะอย่างเมสซี่นั้นเขาเห็นถึงความผู้เล่นระดับโลกมากแล้วกับตาตัวเองนั้นทำให้เขาคิกว่าตัวเองนั้นจะต้องพัฒนาขึ้นไปอีกเพื่อที่จะขึ้นมาในระดับแบบนั้นได้ สื่อได้วิเคราะห์การให้ความคิดเห็นครั้งนี้ของฟาน ไดค์ว่าเขายังคงให้เกียตินักเตะคู่แข่งเสมอ และไม่คิดว่าตัวเองเก่งเหนือกว่าใคร ตรงนี้เลยเป็นสิ่งที่แฟนบอลหลายคนต้องลุ้นกันยาวๆ เลยว่าใครจะคว้ารางวัลอันทรงคุณค่านี้ไปครอบครอง

Read More

เชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก สมัยที่สองอย่างงดงาม

เชลซีคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก สมัยที่สองอย่างงดงาม

เป็นช่วงเวลาทีดีเยี่ยมสำหรับแฟนบอลสิงห์บลูที่สามารถคว้าแชมป์ได้หลังจากบรรยากาศที่ผ่านมาพวกเขามีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นอนาคตของผู้จัดการทีมอย่างชาร์รี่ที่ดูจะมีอนาคตที่สั้นลงทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอาการบ่งบอกว่าหัวเสียหลายครั้งกับนักเตะในทีม หรือฟอร์มการเล่นของทีมที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้อีก ถึงแม้จะได้ถ้วยยูโรป้า ลีกมาครอบครองก็ตามทีแต่ดูแล้วยังคงต้องมีการปรับปรุงอยู่หลายจุดเช่นกัน นักเตะอย่างเอแดน อาซาร์ที่คอยแบกทีมมาโดยตลอดก็ดูท่าทีจะอยู่กับทีมได้ไม่นานเผลอๆ ก็น่าจะย้ายออกไปอยู่กับราชันชุดขาวหลังจากจบจากการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ปัญหาคือใครจะมาทดแทนตำแหน่งนี้ได้ ถ้าให้เอาใครมาทดแทนตรงจุดนี้ก็คงไม่มีใครทำได้อยู่แล้วเพราะนักเตะอย่างอาซาร์นั้นหาไม่ได้ง่ายๆ หรือต่อให้มีสไตล์เหมือนกันก็ไม่รู้ว่าจะเล่นได้เข้ากับระบบของทีมหรือเปล่านั้นเป็นความเสี่ยงที่ทางเชลซีต้องยอมรับให้ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทีมสิงห์บลูมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชอยู่บ่อยครั้งหรือนี้จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทีมไม่สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง เชลซีชุดนี้มีระบบการเล่นที่ไม่ได้บุกแหลกเหมือนกับทีมอื่นๆ แต่ดูเหมือนกับจะเล่นแบบรัดกุมเสียมากกว่าเลยทำให้การเล่นดูจะอึดอัดและไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรแล้วการเล่นแบบนี้ก็ทำให้ทีมดูจะเน้นรับมากกว่ารุกเสียอีกจึงทำให้ทีมชุดนี้ดูจะยิงประตูได้ไม่เยอะเท่าไร แต่ในนัดชิงยูโรป้า ลีกกลับถล่มอาร์เซนอลไปถึง 4 ประตูต่อ 1 หลายคนมองว่าทีมชุดนี้ก็ยิงได้ถล่มทลายเช่นกัน แต่ถ้าลงรายละเอียดเช่นการดูการเล่นของทั้งสองทีมจะรู้ทันทีว่าอาร์เซนอลมีแนวรับที่ยืนผิดตำแหน่งอยู่หลายครั้งและเป็นบ่อเกิดของการเสียประตูที่ง่ายดายอีกด้วย เรื่องน่าจะต้องดูว่าปืนใหญ่อาร์เซนอลจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหลังจากทีมได้แค่รองแชมป์ในครั้งนี้ ส่วนเชลซีเองคงไม่ยอมให้ทีมต้องมาลุ้นถ้วยใบนี้ตลอดไปอย่างแน่นอน เสี่ยหมีโรมัน อับราโมวิชคงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างเพื่อทำให้ทีมกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ในปีหน้า และในฤดูกาลหน้าเราอาจจะเห็นสิงห์บลูทีมนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อครองแชมป์อีกครั้งก็เป็นได้ นับว่าการแข่งขันในซีซั่นหน้าคงจะมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นแล้วการชื้อขายผู้เล่นจะออกมาในรูปแบบไหนนั้นคงต้องรอดูกันต่อไปสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของทีมสิงห์บลูทุกท่าน

Read More

ยูฟ่ายูโรปาลีกเกมของทีมจากเมืองลอนดอน

ยูฟ่ายูโรปาลีกเกมของทีมจากเมืองลอนดอน

คู่ชิงบอลถ้วยยูฟ่ายูโรปาลีกเป็นการเจอกันระหว่างทีมเชลซีกับอาร์เซนอลที่สองทีมนี้ต้องการแชมป์อย่างมาก ในเมื่อไม่มีลุ้นแชมป์อะไรแล้วก็คงต้องมาทางนี้อย่างเต็มตัวบอลในลีกตัวเองก็จบลงไปแล้ว ดังนั้นคู่นี้ยังไงก็จัดชุดใหญ่เจอกันอย่างแน่นอน สภาพความพร้อมของทั้งสองทีมสิงห์บลูมีผู้เล่นบาดเจ็บ ได้แก่ จามาล แบล็คแมน, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาร์โก ฟาน กิงเคล, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ถ้าดูจากรายฃื่อแล้วมีเอ็นโกโล่ ก็องเต้ที่มีความสำคัญกับทีมในเวลานี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าการขาดไปของก็องเต้จะทำให้ทีมเสียสมดุลไปเลย ดังนั้นคนที่ดูเหมือนกับว่าจะแบกทีมสิงห์บลูคงหนีไม่พ้นเอแดน อาซาร์เขากลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้เลยในช่วงนี้แต่การฝากทุกอย่างของทีมเอาไว้ที่เขาคนเดียวคงต้องบอกว่ามันเรื่องที่ไม่ควรทำเพราะทีมจะเล่นได้โดยที่คนอื่นๆ ไม่ได้โชว์ความสามารถเลย ข่าวการย้ายทีมของมิดฟิลด์ตัวรุกชาวเบลเยียมที่ดูท่าจะเป็นจริงขึ้นทุกวันกับการที่เขาจะย้ายไปร่วมทีมราชันต์ชุดขาว หลายคนมองว่านัดนี้น่าจะเป็นเกมสุดท้ายในสีเสื้อน้ำเงินของเขาในกรณีที่เชลซีคว้าแชมป์ได้ด้วยก็ดูจะเป็นการจากลาด้วยดี ผลงานของอาซาร์มันบ่งบอกว่าเขาทุ่มเทตลอดเวลาและมีความเป็นมืออาชีพในยามที่มีข่าวหลายอย่างเข้ามาในชีวิตการค้าแข้งของเขา อาร์เซนอลในการคุมทีมของอูไน เอเมรีที่ตอนแรกเข้ามาก็ทำทีมได้อย่างดีเยี่ยมทำเอาหลายคนมองมาเขาเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ากับการเล่นของทีมปืนใหญ่ได้ดีมาก แต่พอเวลาผ่านไปฟอร์มของทีมก็ดูจะต่ำกว่ามาตรฐานเดิมเห็นได้ชัดว่าทีมชุดนี้ไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตัวผู้เล่นของอาร์เซนอลไม่มีตัวสำคัญเจ็บส่วนมากจะเป็นตัวที่ไม่ลงเท่าไหร่ที่เจ็บ ปัญหาของปืนใหญ่ในปีนี้คงหนีไม่พ้นแนวรับที่ยังคงย่ำแย่และเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย บางนัดเล่นดีบางนัดก็ฟอร์มตกลงมาอย่างไม่น่าเชื่อกลายเป็นการบ้านที่อูไน เอเมรีต้องทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทีเด็ดของทีมปืนใหญ่ชุดนี้ก็คงจะเป็นในแดนหน้า 2 ประสานอย่าง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ที่ทำผลงานได้ดีในนัดล่าสุด คู่นี้เป็นทีมที่มีสไตล์ต่างกันทำให้การเล่นสามารถพลิกไปฝั่งไหนก็ได้ตามสถานการณ์ของรูปเกมเป็นการเจอกันที่ถูกที่ถูกเวลามากสำหรับทีมที่กำลังไล่ล่าแชมป์สุดท้ายในปีนี้

Read More
1 2 3 4